
ห้องน้ำเป็นสถานที่ที่ยากจะให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมได้ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ แต่ละขนาดก็มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง และการสร้างบรรยากาศที่สบายก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่ออาบน้ำให้เด็ก ห้องน้ำควรมีอากาศที่อบอุ่นและสบาย ไม่ควรร้อนเกินไปหรือมีลมพัดแรงเกินไป หากอุณหภูมิไม่เพียงพอ ทำให้บริเวณที่วางผ้าขนหนูและพื้นห้องเย็นลง จนทำให้เราต้องรีบอาบน้ำให้เสร็จโดยเร็ว การใช้พลังงานมากเกินไปก็จะทำให้เกิดความร้อนสะสมในห้อง
หลอดไฟอินฟราเรดช่วยให้ห้องอบอุ่นได้อย่างตรงจุด โดยจะให้ความอบอุ่นกับผู้คนและพื้นผิวโดยตรง แทนที่จะให้ความอบอุ่นกับอากาศเท่านั้น
สิ่งที่ควรพิจารณาทางเทคนิค สำหรับห้องน้ำสำหรับเด็ก หลอดไฟอินฟราเรดมักใช้ท่อควอตซ์หรือเส้นใยคาร์บอนเป็นวัสดุในการผลิต เพราะช่วยให้มีการแผ่รังสีที่สม่ำเสมอและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือการเลือกกำลังไฟให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ห้อง
สำหรับห้องน้ำขนาด 3–4 ตารางเมตร หลอดไฟอินฟราเรดกำลัง 150–200 วัตต์ก็เพียงพอที่จะให้ความอบอุ่นที่เหมาะสม สำหรับห้องน้ำขนาดกลาง 5–7 ตารางเมตร กำลังไฟประมาณ 250–300 วัตต์ก็เพียงพอ ส่วนห้องน้ำขนาดใหญ่ 8–10 ตารางเมตร ควรใช้หลอดไฟกำลัง 350–400 วัตต์
ควรเลือกหลอดไฟที่มีการออกแบบที่มั่นคง ไม่มีแสงสะท้อนมากเกินไป มีตัวป้องกัน และมีสวิตช์ป้องกันการล้ม หากหลอดไฟอยู่ใกล้น้ำ ควรมีมาตรฐาน IP เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหลอดไฟจะไม่เสียหาย
เหตุผลที่อินฟราเรดเหมาะสำหรับห้องน้ำ ความอบอุ่นจากอินฟราเรดทำให้ห้องน้ำรู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะจะให้ความอบอุ่นกับอ่างอาบน้ำ กระเบื้อง และผิวหนัง ทำให้ห้องน้ำรู้สึกสบายขึ้น โดยไม่ต้องรอให้อากาศอุ่นขึ้นก่อน นอกจากนี้ยังช่วยลดลมเย็นที่พัดมาที่ข้อเท้า ลดความเครียดขณะอาบน้ำในเวลากลางคืน และช่วยให้รู้สึกสบายขณะเช็ดตัวเด็ก
เนื่องจากความร้อนถูกส่งไปยังจุดที่ต้องการ จึงช่วยให้ประหยัดพลังงานได้ เมื่อเทียบกับการให้ความอบอุ่นกับทั้งบ้าน
รายละเอียดเพิ่มเติม ควรเลือกหลอดไฟให้เหมาะสมกับขนาดห้องและความสูงของเพดาน และควรเว้นระยะห่างจากผ้าขนหนูและผ้าม่าน หลอดไฟอินฟราเรดส่วนใหญ่สามารถติดตั้งได้ง่าย แต่ต้องมีวงจรไฟฟ้าที่เหมาะสม และปลั๊กไฟที่มีการต่อสายดิน อย่าพยายามต่อหลอดไฟเข้าด้วยกันกับอุปกรณ์อื่นๆ
หากห้องน้ำมีพัดลมเพดานหรือช่องระบายอากาศเหนืออ่างอาบน้ำ ควรระวังไม่ให้อากาศเย็นพัดออกไปก่อนที่ความอบอุ่นจะแผ่กระจายได้